กลับหน้ารวมบล็อก

SROI Best Practice: ศิลปะการประเมินผลข้ามสาย

Best Practice
SROI Best Practice: ศิลปะการประเมินผลข้ามสาย

เวลาเราพูดถึงโครงการซ่อมบ้านเพื่อผู้ยากไร้ ตัวชี้วัดความสำเร็จที่คุ้นเคยคงหนีไม่พ้นจำนวนหลังคาที่ซ่อมเสร็จ หรือมูลค่าวัสดุก่อสร้างที่มอบให้ แต่ถ้าเรามองให้ลึกกว่านั้น งานซ่อมบ้านอาจไม่ได้จบแค่เรื่องที่อยู่อาศัย แต่มันคืองานสาธารณสุขที่ช่วยประหยัดงบประมาณประเทศได้มหาศาล

วันนี้อยากหยิบยกกรณีศึกษาจากสหรัฐอเมริกาขององค์กรที่ชื่อ Rebuilding Together มาเล่าให้ฟัง รายงานฉบับล่าสุดปี 2024/2025 ของพวกเขาคือตัวอย่างชั้นครูของการทำ SROI แบบข้ามสายงาน (Cross-sector) ที่ทลายกำแพงระหว่างคำว่า “บ้าน” และ “สุขภาพ” ลงได้อย่างสวยงาม

ปกติเวลา NGO ซ่อมบ้าน เรามักวัดผลลัพธ์ที่ตัวบ้าน เช่น บ้านแข็งแรงขึ้น กันฝนได้ แต่ Rebuilding Together ตั้งคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าบ้านของผู้มีรายได้น้อยหรือผู้สูงอายุไม่ได้รับการซ่อมแซม คำตอบคือ อุบัติเหตุและโรคภัยต่าง ๆ — พื้นไม้ผุทำให้คนแก่หกล้มสะโพกหัก หลังคารั่วก่อเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของโรคหอบหืดในเด็ก สิ่งเหล่านี้คือค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ระบบสาธารณสุขต้องแบกรับ

ความเจ๋งคือการเลือกใช้ Financial Proxy ที่ฉลาด แทนที่จะตีค่าความสุขที่ได้บ้านใหม่ พวกเขาวัดมูลค่าจาก “ต้นทุนการรักษาพยาบาลที่ประหยัดได้” เช่น การติดราวจับกันลื่นในห้องน้ำราคาไม่กี่พันบาท ป้องกันการหกล้มที่อาจนำไปสู่การผ่าตัดหลักแสนได้ นี่คือตรรกะ Cost Avoidance จนออกมาเป็น SROI ที่ 1 : 2.84

ตัวเลข 2.84 อาจไม่สูงเวอร์ แต่มีข้อมูลสนับสนุนแน่นและเกิดจริง บทเรียน 3 ข้อ: (1) มองเห็นความสัมพันธ์ของปัญหา — การแก้ที่อยู่อาศัยคือวัคซีนชั้นดีที่ป้องกันปัญหาสุขภาพ (2) กล้าวัดผลลัพธ์ทางอ้อมที่จับต้องได้ เมื่อมีงานวิจัยรองรับ (3) ความสมจริงของตัวเลข — ซื่อสัตย์กับข้อมูล เจาะจงเฉพาะจุดที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง

สุดท้าย การประเมินผลลัพธ์ทางสังคมไม่ใช่แค่ตัวเลขเพื่อให้แหล่งทุนพอใจ แต่คือเครื่องมือที่ช่วยขยายกรอบความคิด ให้เราเห็นคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งที่กำลังทำ